พรปีใหม่จากอาจารย์ส่งให้ทุกคนนะครับ…

หน้าแรก ฟอรั่ม ข้อคิดสาระชีวิต พรปีใหม่จากอาจารย์ส่งให้ทุกคนนะครับ…

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #4346

    พรปีใหม่จากอาจารย์ส่งให้ทุกคนนะครับ…
    กี่ปีมาแล้วที่ตั้งใจจะมีชีวิตดีขึ้นเมื่อปีใหม่แต่สุดท้ายล้มเหลวอีกเหมือนเดิม วันนี้จึงมีวิธีเสนอเพื่อเป็นทางออก…
    ขอส่งมอบความปรารถนาดีด้วยข้อคิดที่ดีๆเพื่อชีวิตใหม่แก่เพื่อนและสหายใน Facebook 15,000 
    ชีวิต ให้ดียิ่งขึ้น ถ้าความคิดดียิ่งขึ้น ทุกอย่างก็จะดีตามมาครับ เพราะชีวิตตั่งต้นอยู่ที่ความคิด ปีใหม่นี้มีวิธีการในการทำตัวเองให้เปลี่ยนไปจากเดิม 15 วิธี

    ปีใหม่แวะเวียนมาถึงทีไร หลายคนก็คงจะนึกการลิสต์ New Year’s Resolutions เพื่อเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ใช่ไหมครับ อันที่จริงแล้วไม่ต้องให้ถึงปีใหม่เราก็สามารถลงมือทำเรื่องดีๆ ได้ทุกวัน แต่ปีใหม่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่บรรยากาศนำพา ให้เรารู้สึกอยากกระตุ้นตัวเองให้ลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น เอาล่ะ! ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มที่ข้อแรกกันเลย ครับ

    1. ปรับปรุงรูปร่างของตัวเอง

    ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตะบี้ตะบันลดความอ้วนนะครับ แต่หมายถึงการดูแลตัวเองให้มีรูปร่างสมส่วน ใครผอมไปก็ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อสักหน่อย ใครใส่ยีนส์ตัวโปรดแล้วเริ่มอึดอัดก็ควรหาเวลาออกกำลังกายได้แล้ว การดูแลรูปร่างให้สมส่วนน่ามองด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอกจากจะทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเองแล้ว ยังทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วยค่ะ พึงตระหนักไว้เสมอว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะเป็นสิ่งแวดครับที่คนมักจะมองเห็นแล้วนึกถึงเสมอไม่ได้หมายความว่าต้องให้สวยต้องให้หล่อต้องให้หน้าตาดีแต่ความหมายก็คือดูดีมีบุคลิกภาพดีอย่างเหมาะสมครับและสิ่งสำคัญที่สุดก็คือกริยามารยาทที่มีความสง่างามครับ

    2. กินอาหารเพื่อสุขภาพ

    อยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองกินแต่อาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผัก ผลไม้ ปรุงแต่งรสชาติน้อย แบบนั้นถ้าใครทำได้มันก็ดีครับ แต่ถ้าคุณเป็นมนุษย์ประเภท enjoy eating สุดๆ และยังไม่พร้อมหักดิบขนาดนั้นก็ไม่ใช่ความผิดอะไร แค่ลดของมันๆ ทอดๆ ลดของหวานลงหน่อย แล้วเพิ่มผักผลไม้มากขึ้นในแต่ละมื้ออาหาร เท่านี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมแล้ว สมัครให้ได้เสมอว่าเมื่อแก่ตัวลงเรานั่นแหละต้องดูแลตัวเองต่อให้รักกันเพียงใดก็ไม่สามารถป่วยแทนกันได้จะให้ตัวเองเป็นภาระ ที่เจ็บป่วยแล้วลูกหลานต้องมาเลี้ยงดูนะครับ

    3. ใช้เวลากับเรื่องไร้สาระให้น้อยลง

    คนนู้นคนนี้เลิกกัน ดาราแต่งตัวโป๊ เรื่องพวกนี้เมาท์กันเพลินๆ ก็สนุกปากดีครับ แต่อย่าไปใช้เวลากับมันมากเกินไปนัก ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ อย่างที่บอกแล้วครับชีวิตสั้นอย่าให้เอาเรื่องไร้สาระมาปะปนให้มากนักเลือกครองสิ่งที่เห็นเลือกรองสิ่งที่พูดเลือกกรองสิ่งที่ทำอะไรที่มันไม่มีคุณค่าต่อตัวเองก็ให้ลดละเลิก สนใจแต่สิ่งที่ประเทืองปัญญาและสร้างสรรค์ให้กับสมองนะครับ

    4. ใช้เวลากับมุ่งสู่เป้าหมายให้มากขึ้น

    คนเรามีเป้าหมายหลากหลาย ทั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ลองวางแผนชีวิตให้ดี จัดลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่องให้เหมาะสม (เช่น เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คให้น้อยลง เพื่อเอาเวลามาฝึกภาษาอังกฤษให้มากขึ้น) ทบทวนตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่คุณสนใจพิเศษ และลองใช้เวลาเอาจริงเอาจังกับสิ่งนั้นให้มากขึ้นดูไหมครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมเป้าหมายของครอบครัวด้วยนะครับต้องพยายามเป็นหนึ่งในคนไกลสำคัญที่ทำให้ครอบครัวบรรลุเป้าหมายและต้องเผื่อแผ่เป้าหมายหาใช่เพียงแค่เป้าหมายส่วนตนแต่ควรมีเป้าหมายส่วนตนเป้าหมายครอบครัวและเป้าหมายที่จะทำการเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติบ้างนะครับ อย่ากลัวที่จะตั้งเป้าหมายไว้สูงแต่ให้ยึดถือว่าไม่ทำความฝันให้เป็นความจริง แต่ทำความจริงให้ไปถึงฝัน

    5. ตัดคนที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตไปบ้าง

    เคยได้ยินกลอนสั้นๆ ที่ว่า ‘อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนเกลือดีมีน้อยด้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล’ ไหมคะ ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตที่ผ่านมาสิว่า ใครบ้างที่มีแต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้เราตลอดเวลา ถ้าเอาตัวออกห่างได้ชีวิตก็น่าจะดีขึ้นไม่น้อยนะครับ หรือคนรักที่คบกันไปก็ดูไม่น่าจะรอดแน่ๆ ลองห่างกันสักพักให้แต่ละคนได้มีเวลาทบทวนความสัมพันธ์ดีกว่าไหม คนเรานะครับมีเพื่อนดีแค่ 3-4 คนก็เพียงพอแล้วครับที่เหลือจากนั้นอาจจะเป็นเพียงแค่คนรู้จักต้องให้ชีวิตคัดกรองคนดีเข้าหาตัวเองและครอบครัวบ้างนะครับและต้องหาทางอย่างชาญฉลาดในการปฏิเสธคนดีไม่ให้มาเข้าเกี่ยวข้องในชีวิตตัวเอง

    6. ลาออกจากงานที่เกลียดซะ

    บางคนไม่กล้าลาออกจากงานที่ไม่ชอบ เพราะกลัวสูญเสียความมั่นคงทางการเงิน แต่การทนอยู่กับสิ่งที่เกลียดมีแต่จะทำให้ชีวิตตกต่ำลงเรื่อยๆ ถ้ารู้สึกเบื่อหน่ายทุกครั้งเมื่อต้องตื่นไปทำงาน ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่มีกระจิตกระใจจะพัฒนาตัวเอง แบบนี้ถอยออกมาตั้งหลักก่อนดีไหมครับ ชีวิตมันสั้นนะครับอย่าไปทนกับสิ่งที่ไม่ใช่จะไปทำงานกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตทุกข์เพราะงานที่ดีงามที่มีความสุขก็ทำให้ชีวิตมีความสุขได้เฉกเช่นเดียวกันครับ

    7. เชื่อมั่นในตัวเองและกล้าตัดสินใจด้วยตัวเองให้มากขึ้น

    โดยธรรมชาติแล้ว คนเรามีบุคลิกความเป็นผู้นำมากน้อยไม่เท่ากัน ซึ่งหากทำงานร่วมกันก็จะค่อนข้างเห็นชัดเลยค่ะว่าใครเป็นคนแบบไหน และถึงแม้จะแตกต่างก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะคนทั้งสองแบบสามารถช่วยเติมเต็มในสิ่งที่อีกฝ่ายขาดไปได้ แต่สำหรับการใช้ชีวิต ไม่มีใครมาเป็นผู้นำและตัดสินใจให้เราได้ดีพอในทุกๆ เรื่อง ฉะนั้น ใครที่พึ่งพาแต่คนอื่นมาโดยตลอด ควรเริ่มต้นฝึกตัดสินใจด้วยตัวเองบ้างนะครับ อาจารย์เคยย้ำเสมอว่าคนเราต้องกล้าทำสิ่งดีดี ที่ใจสั่งว่าอย่าทำ เอาชนะใจตัวเองให้ได้และทุกอย่างจะเป็นเรื่องที่ไม่ท้าทายและไม่ยากลำบากเลยครับ

    8. ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น

    คนส่วนใหญ่ยิ่งเติบโตขึ้น ก็ยิ่งมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลงไปเรื่อยๆ ทั้งที่พวกเขาก็คือคนที่รักเรามากที่สุด แน่นอนว่าหลายๆ ครั้งการไปเที่ยว ไปสังสรรค์กับเพื่อนที่พูดจาภาษาเดียวกัน มันย่อมสนุกกว่าไปกับครอบครัว แต่อย่าลืมแบ่งเวลาให้พ่อแม่ที่รอกินอาหารมื้อพิเศษกับเราบ้างนะครับ เพราะเมื่อถึงที่สุดแล้วตอนที่เราทุกข์ทุกข์หนักตอนที่เรายังมีชีวิตเหลือน้อยเต็มทีคนที่อยู่เคียงข้างที่แท้จริงถึงครอบครัว

    9. คิดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

    ถ้าต้องเขียนพ็อกเก็ตบุ๊คเกี่ยวกับตัวเองหนึ่งเรื่อง เลือกได้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นในชีวิต คุณจะเลือกเขียนถึงเรื่องอะไร? อะไรคือสิ่งที่คุณรักและหลงใหลมากที่สุด อะไรคือความสำเร็จสูงสุดในชีวิต อะไรที่ทำแล้วมีความสุขมากที่สุด หากยังหาไม่เจอหรือหาเจอแล้วแต่ยังทำไม่สำเร็จ เริ่มลงมือสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายนะครับ บางทีต้องตระหนักไว้ว่าคนเราเกิดมาเพื่อสร้างอดีตให้คนจดจำอย่าทำตัวเหมือนเป็นอากาศธาตุที่ตายไปแล้วไม่มีใครพูดถึงเลย เพราะตอนอยู่ได้ทำการใดใดที่ควรค่าต่อการจดจำไม่

    10. เลือกรับสารอย่างเหมาะสม

    ในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คที่บนไทม์ไลน์มีคนแชร์ข่าวสารนู่นนี่เต็มไปหมด มองมุมหนึ่งมันก็เป็นข้อดีที่ช่วยให้เราได้อัพเดทและทันโลกอยู่ตลอดเวลา แต่หลายครั้งสิ่งที่ถูกโพสต์บนบนอินเทอร์เน็ตมันเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่ความรู้ อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณก่อนที่จะปักใช้เชื่อหรือแชร์ต่อด้วยนะครับ จำไว้เสมอว่าสิ่งที่เราเห็นสิ่งที่เราผ่านสิ่งที่เราคิดสิ่งนั้นจะมีอิทธิพลต่อชีวิตเราครับ

    11. ใช้ความหลงใหลขับเคลื่อนชีวิต

    คนๆ หนึ่งสามารถมีความชอบหรือถนัดได้หลายอย่าง แต่ถ้ามานั่งคิดดูดีๆ แล้ว มันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกค่ะที่เราหลงใหลในสิ่งนั้นจริงๆ บางอย่างเราถนัดแต่ทำไปแล้วไม่มีความสุข เราจะยอมอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดชีวิตเหรอครับ จงค้นหาสิ่งที่คุณหลงใหลและทำได้ดีให้เจอ แล้ววันหนึ่งสิ่งนั้นจะขับเคลื่อนคุณไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องประมาณการปัญญาของตัวเองกับความหลงใหลที่จะปีนป่ายไปหานะครับทั้งนี้ให้มองเรื่องของความดีเป็นสำคัญครับ

    12. เรียนรู้การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

    การใช้คำพูด ตั้งสเตตัส ตอบคอมเมนต์ หรือโต้ตอบอีเมล ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่หลายคนก็พลาดกันอยู่บ่อยครั้ง เด็กจบใหม่บางคนถึงขั้นอดได้งาน เพราะสเตตัสห่ามๆ ที่ตั้งไว้ในเฟซบุ๊ค (ซึ่งคิดไปเองว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว) ก็มีเยอะนะครับ จงเตือนตัวเองไว้เสมอครับว่าต้องคิดทุกครั้งก่อนพิมพ์หรือพูด ที่สำคัญมากคือควรรู้กาลเทศะด้วยว่าเวลาไหนสามารถสื่อสารแบบสบายๆ ชิลล์ๆ ได้ และเวลาไหนที่ต้องสื่อสารอย่างทางการเพื่อความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะกรณีที่ดิจิตอลเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราเป็นอย่างมากเราจึงต้องเรียนรู้ที่จะใช้มันให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารกับคนรอบข้างและอย่าลืมใช้มันในการสื่อสารกับตัวเองนะครับ มีเยาวชนหลายคนที่ติดตามใน Facebook อาจารย์นะครับต้อนรับไว้เสมอนะครับการกระทำการใดๆนั่นคือพ่อแม่สั่งสอนเรามาแบบนั้นอย่าให้เกิด ความ ความสนุกแค่ชั่วคราวแต่จะเป็นตราบาปในชีวิตตลอดไปนะครับดูสติให้ดีนะครับ

    13. ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน

    ซาลารี่แมนญี่ปุ่นมีคำกล่าวว่า “ไม่มีสักวันเดียวที่จะผ่านไป โดยไม่มีการปรับปรุงส่วนหนึ่งส่วนใดในองค์กร” ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้เช่นกันครับ ทุกวันนี้โลกหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันก็สูงมากในทุกวงการ การปล่อยให้ตัวเองย่ำอยู่กับที่ไม่มีการพัฒนา ในขณะที่คนอื่นเขาวิ่งไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าเรากำลังก้าวถอยหลังแล้วค่ะ เราต่างหากที่รู้ดีว่าเราชั่วเราไม่ดีและเรายังเลวร้ายในเรื่องไหนหาสิ่งเหล่านั้นที่เจอและแก้มันเลิกมันหรือรถมันให้ได้ครับไม่มีใครรู้ดีและช่วยเหลือตัวเราได้เท่ากับตัวเราเองครับ

    14. อย่าเริ่มต้นทำสิ่งที่ไม่คุ้มค่าแก่การเสียเวลา

    หลายคนมีไอเดียอยากจะทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด โดยเฉพาะเด็กเจนวายที่เติบโตมากับคลังข้อมูลมหาศาล พอเห็นคนอื่นทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จก็อยากได้อยากมีแบบเขาบ้าง แต่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ มักจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ แบบนี้ก็คงยากที่จะประสบความสำเร็จค่ะ ก่อนจะเริ่มต้นทำอะไรควรคิดให้รอบคอบ มองข้อดีข้อเสียของสิ่งนั้นอย่างรอบด้านก่อนเสมอ บางทีต้องคิดให้ได้ว่าอย่าเสียเวลากับสิ่งที่ไม่มีคุณค่าต่อชีวิต เรามีค่ามากกว่าที่จะมาทำอะไรในเรื่องไร้สาระโดยเฉพาะการเสียเวลาและหมดเวลาไปมากกับโซเชียลมีเดียพึงระวังนะครับ

    15. มีความสุขและแบ่งปันความสุขนั้นแก่คนรอบข้าง

    หมั่นสำรวจความคิดและความรู้สึกของตัวเองอยู่เสมอ ควรรู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเรากำลังคิดอะไร รู้สึกอะไร และอะไรทำให้เรารู้สึกแบบนั้น ช่วงไหนทุกข์ใจหรือเครียดมากเกินไป ก็ควรรีบหาทางออกจากภาวะนั้นโดยเร็วที่สุด และเมื่อมีความสุขแล้วก็อย่าลืมแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้แก่คนรอบข้างด้วยนะคะ ความสุขยิ่งแบ่งปันไปมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งกลับเข้ามาหาเราแบบ ความสุขที่แท้จริงบางทีถูกเติมเต็มด้วยการแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นนะครับ

    ข้อมูลส่วนหนึ่งความคิดอาจารย์ได้มาจาก HR i ครับ และนำมาปรับปรุงให้เข้ากับมุมมองของอาจารย์ครับ
    ขอให้โชคดีกับชีวิตใหม่ในปีใหม่ทุกคนนะครับขอนำส่งความปรารถนาดีแก่เพื่อนใน Facebook 15000 กว่าคนที่ติดตามอาจารย์ตลอดปีที่ผ่านมานะครับขอบคุณมากครับและจะตั้งใจในการสื่อสารสิ่งที่ดีๆให้ข้อคิดชีวิตที่ดีๆแก่พวกเราทุกคนนะครับขอบคุณมากครับ
    สวัสดีปีใหม่ความคิดใหม่ครับ…..

    ดร.พิสัณห์ สัน นุ่นเกลี้ยง

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้