คนรวยกับคนจนต่างกันที่ความคิดและการกระทำอยากรู้ไหมคืออะไร 10 ข้อแห่งความแตกต่างครับ…

หน้าแรก ฟอรั่ม ข้อคิดสาระชีวิต คนรวยกับคนจนต่างกันที่ความคิดและการกระทำอยากรู้ไหมคืออะไร 10 ข้อแห่งความแตกต่างครับ…

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #2969

    คนรวยกับคนจนต่างกันที่ความคิดและการกระทำอยากรู้ไหมคืออะไร 10 ข้อแห่งความแตกต่างครับ…

    ในสังคมเรานั้น นอกจากจะมีคนที่รวย หรือบรรดาเศรษฐี ที่ครอบครองความมั่งคั่ง มากกว่า คนอื่นๆ ในสังคมรวมกันนั้น ยังมีคนที่ยากจน และคนที่อยู่ตรงกลางๆ หรือคนปกติทั่วไป คนเหล่านี้ ไม่รวย แต่ก็ไม่ได้ยากจนอะไร สามารถใช้ชีวิตได้ไปวันๆ แต่กระนั้น จากรายงานและการศึกษาพบว่า คนที่อยู่กลางๆ นั้นมีแนวโน้มลดลง อาจจะรวยขึ้นจนกลายเป็นเศรษฐีในอนาคต หรือ กลายคนเป็นยากจน ซึ่งวันนี้เราเอาข้อคิดดีๆ มาฝากที่ว่า หากคุณต้องการเลื่อนขั้นเป็นเศรษฐีในอนาคต คุณต้องมี “แนวคิดการใช้ชีวิต” เหมือนคนรวย ตั้งแต่วันนี้ มาดูกันเลยว่าแนวคิดของคนรวย ที่ต่างจากคนธรรมดานั้นมีอะไรบ้าง

    1.คนธรรมดาชอบความสบาย คนรวยชอบความเสี่ยง

    คนธรรมดามักจะคิดว่า ชีวิตในทุกๆ วันนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว ไม่ต้องขวนขวายอะไร แค่ทำงานกินเงินเดือนไปวันๆ เป็นลูกจ้างก็มีความสุขดี แต่ในขณะที่คนรวย มักคิดว่า การลำบากก่อนสบายทีหลังคือเรื่องที่จำเป็น พวกเขายอมเสี่ยงก่อน เพราะความเสี่ยง จะเป็นหนทางที่เขาจะประสบความสำเร็จในอนาคต พวกเขาเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่ถึงแม้ตอนแรกๆ จะยังไม่มีกำไร ยังไม่มีเงิน แต่เขาเชื่อว่าซักวันต้องประสบความสำเร็จแน่นอน

    2.คนธรรมดาใช้เงินเกินตัว คนรวยใช้เงินประหยัด

    คุณจะเห็นว่าคนรวยมากๆ จำนวนไม่น้อย ที่ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ไปกับรถหรูๆ ราคาแพงๆ เมื่อเทียบกับเงินที่เขามี เพราะคนพวกนี้รู้ว่าทรัพย์สินอะไรที่ซื้อมาแล้วไม่เกิดประโยชน์ ไม่งอกเงย เขาจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า และได้ผลกำไรงอกเงยจากการใช้เงินนั้น ในขณะเดียวกัน คนธรรมดา ไม่ค่อยมีทรัพย์สินมากนักจำนวนไม่น้อย กลับใช้เงินเกินตัว และซื้อแต่สิ่งที่ไม่ได้ก่อประโยชน์จากเงินที่เสียไปเท่าที่ควรเป็นต้น

    3.คนธรรมดาไต่เต้าเลื่อนตำแหน่งในบริษัท คนรวยตั้งบริษัท

    คนธรรมดา ทำงานในบริษัท เก็บเงิน ตั้งใจทำงาน สร้างผลงาน เพื่อปีนบันไดสู่การเป็นใหญ่เป็นโตในบริษัทของคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรวยเข้าใจแนวคิดการใช้ชีวิตนี้เป็นอย่างดี จึงเป็นช่องให้คนรวยเปิดบริษัท สร้างบันไดขึ้นมา ให้คนธรรมดาในสังคมมาปีน และทำงานเพื่อเขา หาเงินให้เขา โดยที่เขาไม่ต้องทำงานเองนั่นเอง

    4.คนธรรมดามีเพื่อนมาก คบเพื่อนได้ทุกคน คนรวยเลือกคบเพื่อน

    คนรวยๆ ที่ประสบความสำเร็จ จะคิดว่า การคบกับคนที่ประสบความสำเร็จ จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน หากคุณคบกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ผลก็จะออกมาในทางที่ตรงกันข้าม มันเหมือนกับการที่ว่า หากเราอยู่ใกล้ๆ ใคร เราก็จะคิดคล้ายๆ คนคนนั้น และการที่เรามีความคิดเหมือนคนที่สำเร็จ เราก็จะสำเร็จได้ง่ายกว่านั่นเอง

    5.คนธรรมดาทำงานเพื่อเงิน คนรวยทำงานเพื่อเรียนรู้

    คนธรรมดา มักมีโอกาสเปลี่ยนงานสูง เมื่อมีคนยื่นข้อเสนอเงินเดือนที่สูงกว่า เพราะคนเหล่านี้ทำงานเพื่อเงิน แต่คนรวย จะทำงานเพื่อเรียนรู้มากกว่าเพื่อเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกๆ ของการทำงาน ถึงแม้ว่าจะต้องทำงานหนัก ได้เงินน้อย แต่ถ้าทักษะที่เขาได้ มีประโยชน์ต่อธุรกิจที่พวกเขาตั้งใจจะทำในอนาคต พวกเขาก็ยอม

    6.คนธรรมดามีของมากมาย แต่คนรวยมีเงิน

    คนธรรมดา เวลาได้เงินมา มักจะนำไปซื้อของเพื่อซื้อความสุข ไม่ว่าจะเป็น การช้อปปิ้ง ซื้อบ้าน ซื้อรถใหม่ๆ แต่คนที่รวย มักจะไม่ซื้อของอะไรมาก แต่จะนำเงินไปลงทุนเพื่อต่อยอด อย่างเช่น Warren Buffet ที่ทุกวันนี้เขายังอยู่บ้านหลังเดิมที่เขาซื้อมาตั้งแต่ปี 1958 ด้วยราคา 31,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเป็นเงิน 1.03 ล้านบาทอยู่เลย

    7.คนธรรมดามุ่งออมเงิน คนรวยมุ่งหาเงิน

    การออมเงินสำคัญก็จริง แต่การลงทุนน่าจะมีความสำคัญมากกว่า และการหาเงินก็เป็นรากฐานที่สำคัญของทั้งการลงทุนและการออมเงิน ซึ่งคนรวยเข้าใจในข้อนี้ดี และคิดว่า การออมเงินอย่างเดียวไม่พอ และเขาต้องหาเงินมากขึ้นเพื่อทั้งออม และลงทุน แต่ขณะเดียวกัน คนธรรมดามุ่งเน้นการออมเป็นหลัก และคิดว่าหาเงินได้เท่านี้ก็เพียงพอแล้วถ้าเรารู้จักเก็บออม

    8.คนธรรมดาบางทีใช้อารมณ์ตัดสินเรื่องเงินๆ ทองๆ คนรวยใช้เหตุผล

    การตัดสินใจทางการเงินในชีวิต จากการศึกษาคนในสังคม พบว่าส่วนมาก คนธรรมดาลงไป จะตัดสินใจทางการเงินโดยใช้อารมณ์ในขณะนั้นมากกว่าเหตุผลของความคุ้มค่าในการใช้เงินนั้น ในขณะเดียวกัน คนรวย จะตัดสินใจทางการเงินด้วยเหตุผลแห่งความคุ้มค่าของการใช้เงินนั้นเป็นหลัก

    9.คนธรรมดาประเมินความสามารถตนเองต่ำไป คนรวยตั้งเป้าหมายให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้

    คนทั้งคู่ตั้งเป้าหมายหมด แต่เป้าหมายค่อนข้างต่างกันพอสมควร คนธรรมดามักตั้งเป้าหมาย ที่ค่อนข้างเป็นไปได้สูง เพราะพวกเขามักประเมินความสามารถของตนเองต่ำเกินไป และเอาความแน่นอน ความสบายเป็นหลัก ในขณะเดียวกันคนรวยชอบความเสี่ยง ตั้งเป้าสูงๆ คิดว่าตนเองทำได้ด้วยความทะเยอทะยานที่มีนั่นเอง

    10.คนธรรมดาเชื่อมั่นในงานหนัก คนรวยเชื่อว่าต้องมีสิ่งที่ช่วยให้เขาทำงานง่ายขึ้น

    แน่นอนว่าการทำงานหนักจำเป็นสำหรับเราทุกคนถ้าเราต้องการไปถึงเป้าหมาย แต่การทำงานหนัก ไม่ได้การันตีว่าจะทำให้คุณร่ำรวย หรือสำเร็จจริงๆ ถ้าเราไม่มีตัวช่วย ถ้าเราไม่รู้ทำงานอย่างฉลาด ไม่ได้ใช้แรงกาย แรงสมองของเราอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่คนรวยคิดเป็นอย่างดี เพราะไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่องนั่นเอง

    เพิ่มเติม โดยอาจารย์ ตามที่ควร
    Cr.kidd
    ดร.พิสัณห์ สัน นุ่นเกลี้ยง

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้